ข้อกำหนดการใช้งาน
หมวดที่ 1 — บททั่วไป
ข้อ 1 (วัตถุประสงค์)
ข้อกำหนดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างไซเบอร์มอลล์กับผู้ใช้ ในการใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริการ”) ที่ให้บริการโดยไซเบอร์มอลล์ทางอินเทอร์เน็ต PLAYINTHEBOX (ต่อไปนี้เรียกว่า “มอลล์”) ซึ่งดำเนินการโดย Hello Apolo Co., Ltd. (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”)
※ สำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้การสื่อสารผ่าน PC หรือไร้สาย ฯลฯ ให้นำข้อกำหนดนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดต่อสภาพของธุรกรรมนั้น
ข้อ 2 (คำนิยาม)
① “มอลล์” หมายถึง สถานประกอบการเสมือนที่บริษัทจัดตั้งขึ้นเพื่อให้สามารถซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ต่อไปนี้เรียกว่า “สินค้า ฯลฯ”) โดยใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น คอมพิวเตอร์ เพื่อจัดหาให้แก่ผู้ใช้ และยังหมายความรวมถึงผู้ประกอบการที่ดำเนินการไซเบอร์มอลล์ด้วย
② “ผู้ใช้” หมายถึง สมาชิกและผู้ที่มิใช่สมาชิกซึ่งเข้าใช้มอลล์และรับบริการที่มอลล์จัดให้ตามข้อกำหนดนี้
③ “สมาชิก” หมายถึง ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกของมอลล์และสามารถใช้บริการที่มอลล์จัดให้ได้อย่างต่อเนื่อง
④ “ผู้ที่มิใช่สมาชิก” หมายถึง ผู้ที่ใช้บริการที่มอลล์จัดให้โดยไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก
ข้อ 3 (การแสดง การอธิบาย และการแก้ไขข้อกำหนด)
① มอลล์จะแสดงเนื้อหาของข้อกำหนดนี้ ชื่อทางการค้าและชื่อผู้แทน ที่อยู่ของสถานประกอบการ (รวมถึงที่อยู่สำหรับจัดการข้อร้องเรียนของผู้บริโภค) หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล เลขทะเบียนผู้ประกอบการ เลขที่แจ้งประกอบธุรกิจขายออนไลน์ ผู้รับผิดชอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฯลฯ ไว้บนหน้าจอบริการเริ่มต้น (หน้าแรก) ของมอลล์ เพื่อให้ผู้ใช้ทราบได้โดยง่าย ทั้งนี้ อาจจัดให้ผู้ใช้ดูเนื้อหาข้อกำหนดผ่านหน้าจอที่เชื่อมโยงได้
② ก่อนที่ผู้ใช้จะตกลงยอมรับข้อกำหนด มอลล์จะจัดให้มีหน้าจอเชื่อมโยงหรือหน้าจอป๊อปอัป ฯลฯ แยกต่างหาก เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจเนื้อหาสำคัญ เช่น การยกเลิกการซื้อ ความรับผิดชอบในการจัดส่ง และเงื่อนไขการคืนเงิน และขอการยืนยันจากผู้ใช้
③ มอลล์อาจแก้ไขข้อกำหนดนี้ได้ภายในขอบเขตที่ไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ กฎหมายว่าด้วยการกำกับข้อสัญญา กฎหมายพื้นฐานว่าด้วยเอกสารและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เครือข่ายสารสนเทศและการคุ้มครองข้อมูล ฯลฯ กฎหมายว่าด้วยการขายตรง ฯลฯ และกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยผู้บริโภค ของเกาหลี
④ เมื่อมอลล์แก้ไขข้อกำหนด จะระบุวันที่มีผลบังคับและเหตุผลในการแก้ไข พร้อมประกาศไว้บนหน้าจอเริ่มต้นของมอลล์พร้อมกับข้อกำหนดฉบับปัจจุบัน ตั้งแต่ 7 วันก่อนวันมีผลบังคับจนถึงวันก่อนวันมีผลบังคับ อย่างไรก็ดี หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลร้ายต่อผู้ใช้ จะประกาศล่วงหน้าโดยมีระยะเวลาผ่อนผันอย่างน้อย 30 วัน
⑤ เมื่อมอลล์แก้ไขข้อกำหนด ข้อกำหนดที่แก้ไขจะใช้บังคับเฉพาะกับสัญญาที่ทำขึ้นหลังวันมีผลบังคับเท่านั้น ส่วนสัญญาที่ทำขึ้นก่อนหน้านั้นให้ใช้ข้อกำหนดเดิม ทั้งนี้ หากผู้ใช้ที่ได้ทำสัญญาไว้แล้วส่งความประสงค์ที่จะให้ใช้ข้อกำหนดที่แก้ไขมายังมอลล์ภายในระยะเวลาประกาศตาม ③ และได้รับความยินยอมจากมอลล์ ให้ใช้ข้อกำหนดที่แก้ไข
⑥ เรื่องที่มิได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดนี้และการตีความข้อกำหนดนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ กฎหมายว่าด้วยการกำกับข้อสัญญา แนวปฏิบัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ที่กำหนดโดยคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้า
ข้อ 4 (การให้บริการและการเปลี่ยนแปลง)
① มอลล์ดำเนินงานดังต่อไปนี้
1. การให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ และการทำสัญญาซื้อขาย
2. การจัดส่งสินค้าหรือบริการที่ได้ทำสัญญาซื้อขายแล้ว
3. งานอื่น ๆ ที่มอลล์กำหนด
② ในกรณีสินค้าหรือบริการหมด หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทางเทคนิค ฯลฯ มอลล์อาจเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของสินค้าหรือบริการที่จะจัดให้ตามสัญญาที่จะทำขึ้นในอนาคตได้ ในกรณีนี้ จะระบุเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงและวันที่จัดให้ และประกาศทันที ณ ที่ที่แสดงเนื้อหาปัจจุบัน
③ เมื่อมอลล์เปลี่ยนแปลงเนื้อหาบริการที่ได้ทำสัญญากับผู้ใช้ เนื่องจากสินค้าหมดหรือมีการเปลี่ยนข้อกำหนดทางเทคนิค ฯลฯ จะแจ้งเหตุดังกล่าวไปยังที่อยู่ที่สามารถแจ้งผู้ใช้ได้โดยทันที
④ ในกรณีตามวรรคก่อน มอลล์จะชดใช้ความเสียหายที่ผู้ใช้ได้รับอันเป็นผลจากการนี้ เว้นแต่มอลล์พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ข้อ 5 (การระงับบริการ)
① มอลล์อาจระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวได้ ในกรณีที่เกิดเหตุ เช่น การบำรุงรักษา ตรวจสอบ เปลี่ยน หรือชำรุดของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น คอมพิวเตอร์ หรือการขัดข้องของการสื่อสาร
② มอลล์จะชดใช้ความเสียหายที่ผู้ใช้หรือบุคคลภายนอกได้รับจากการระงับบริการชั่วคราวตามวรรค ① เว้นแต่มอลล์พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ
③ ในกรณีที่ไม่สามารถให้บริการได้ต่อไปเนื่องจากการเปลี่ยนประเภทธุรกิจ การเลิกกิจการ การควบรวมกิจการ ฯลฯ มอลล์จะแจ้งผู้ใช้ตามวิธีในข้อ 8 และชดเชยแก่ผู้บริโภคตามเงื่อนไขที่มอลล์เสนอไว้แต่แรก ทั้งนี้ หากมอลล์มิได้แจ้งหลักเกณฑ์การชดเชย ฯลฯ จะจ่ายคืนแก่ผู้ใช้ซึ่งคะแนนสะสมหรือแต้ม ฯลฯ เป็นสิ่งของหรือเงินสดเทียบเท่ามูลค่าสกุลเงินที่ใช้ในมอลล์
หมวดที่ 2 — การลงทะเบียนสมาชิกและสัญญา
ข้อ 6 (การลงทะเบียนสมาชิก)
① ผู้ใช้สมัครลงทะเบียนสมาชิกโดยกรอกข้อมูลสมาชิกตามแบบฟอร์มที่มอลล์กำหนด แล้วแสดงเจตนายอมรับข้อกำหนดนี้
② มอลล์จะลงทะเบียนผู้ใช้ที่สมัครตามวรรค ① เป็นสมาชิก เว้นแต่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
1. ผู้สมัครเคยถูกเพิกถอนสถานะสมาชิกตามข้อ 7 ③ มาก่อน ทั้งนี้ ไม่ใช้บังคับหากพ้น 3 ปีนับแต่การเพิกถอนดังกล่าวและได้รับอนุมัติให้ลงทะเบียนใหม่จากมอลล์
2. ข้อมูลที่ลงทะเบียนมีความเท็จ ตกหล่น หรือผิดพลาด
3. กรณีอื่นที่เห็นว่าการลงทะเบียนเป็นสมาชิกจะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อเทคโนโลยีของมอลล์
③ สัญญาการลงทะเบียนสมาชิกเกิดขึ้น ณ เวลาที่การตอบรับของมอลล์ไปถึงสมาชิก
④ หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้เมื่อสมัครสมาชิก สมาชิกต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นต่อมอลล์ภายในระยะเวลาอันสมควร โดยวิธีเช่นการแก้ไขข้อมูลสมาชิก
ข้อ 7 (การถอนสมาชิกและการสูญเสียสถานะ ฯลฯ)
① สมาชิกอาจขอถอนสมาชิกจากมอลล์ได้ตลอดเวลา และมอลล์จะดำเนินการถอนสมาชิกทันที
② หากสมาชิกเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ มอลล์อาจจำกัดและระงับสถานะสมาชิกได้
1. ลงทะเบียนข้อมูลเท็จเมื่อสมัคร
2. ไม่ชำระค่าสินค้า ฯลฯ ที่ซื้อผ่านมอลล์ หรือหนี้อื่นที่สมาชิกต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการใช้มอลล์ ตามกำหนด
3. ขัดขวางการใช้มอลล์ของผู้อื่น หรือแอบอ้างข้อมูลของผู้อื่น ฯลฯ อันเป็นการคุกคามระเบียบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
4. ใช้มอลล์กระทำการที่กฎหมายหรือข้อกำหนดนี้ห้าม หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี
③ หลังจากมอลล์จำกัดหรือระงับสถานะสมาชิกแล้ว หากมีการกระทำเดิมซ้ำตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป หรือมิได้แก้ไขเหตุภายใน 30 วัน มอลล์อาจเพิกถอนสถานะสมาชิกได้
④ เมื่อมอลล์เพิกถอนสถานะสมาชิก จะลบการลงทะเบียนสมาชิก ในกรณีนี้จะแจ้งให้สมาชิกทราบ และให้โอกาสชี้แจงโดยกำหนดระยะเวลาอย่างน้อย 30 วันก่อนการลบ
ข้อ 8 (การแจ้งแก่สมาชิก)
① เมื่อมอลล์แจ้งแก่สมาชิก อาจแจ้งไปยังอีเมลที่สมาชิกกำหนดไว้ล่วงหน้าโดยตกลงกับมอลล์
② สำหรับการแจ้งแก่สมาชิกจำนวนมากที่ไม่เฉพาะเจาะจง มอลล์อาจประกาศบนกระดานข่าวของมอลล์ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ขึ้นไปแทนการแจ้งเป็นรายบุคคลได้ ทั้งนี้ สำหรับเรื่องที่มีผลกระทบสำคัญต่อธุรกรรมของสมาชิกเอง จะแจ้งเป็นรายบุคคล
หมวดที่ 3 — สัญญาซื้อขายและการชำระเงิน
ข้อ 9 (การสั่งซื้อและการยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคล ฯลฯ)
① ผู้ใช้มอลล์สั่งซื้อบนมอลล์ด้วยวิธีต่อไปนี้หรือวิธีที่คล้ายกัน และมอลล์ต้องจัดเตรียมเนื้อหาต่อไปนี้ให้เข้าใจง่ายเมื่อผู้ใช้สั่งซื้อ
1. การค้นหาและเลือกสินค้า ฯลฯ
2. การกรอกชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล (หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ) ฯลฯ ของผู้รับ
3. การยืนยันเนื้อหาข้อกำหนด บริการที่สิทธิในการยกเลิกถูกจำกัด และเรื่องเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าจัดส่งและค่าติดตั้ง
4. การแสดงการยอมรับข้อกำหนดนี้และการยืนยันหรือปฏิเสธเรื่องในข้อ 3 ข้างต้น (เช่น การคลิกเมาส์)
5. การสั่งซื้อสินค้า ฯลฯ และการยืนยันในเรื่องนี้ หรือการยินยอมต่อการยืนยันของมอลล์
6. การเลือกวิธีการชำระเงิน
② หากมอลล์จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ซื้อแก่บุคคลภายนอก ต้องแจ้งและขอความยินยอมจากผู้ซื้อในเรื่อง 1. ผู้รับข้อมูล 2. วัตถุประสงค์การใช้ของผู้รับ 3. รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ และ 4. ระยะเวลาการเก็บและการใช้ของผู้รับ
③ หากมอลล์มอบหมายให้บุคคลภายนอกจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ซื้อ ต้องแจ้งและขอความยินยอมจากผู้ซื้อในเรื่อง 1. ผู้รับมอบหมาย และ 2. เนื้อหางานที่มอบหมาย ทั้งนี้ หากจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการและเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความสะดวกของผู้ซื้อ อาจงดขั้นตอนการขอความยินยอมได้ โดยแจ้งผ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวตามวิธีที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 10 (การเกิดสัญญา)
① มอลล์อาจไม่ตอบรับการสั่งซื้อตามข้อ 9 ได้ หากเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ในกรณีทำสัญญากับผู้เยาว์ มอลล์ต้องแจ้งว่าหากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้เยาว์หรือผู้แทนโดยชอบธรรมอาจบอกล้างสัญญาได้
1. ข้อมูลในการสั่งซื้อมีความเท็จ ตกหล่น หรือผิดพลาด
2. ผู้เยาว์ซื้อสินค้าหรือบริการที่ต้องห้ามตามกฎหมายคุ้มครองเยาวชน เช่น บุหรี่ สุรา
3. กรณีอื่นที่เห็นว่าการตอบรับการสั่งซื้อจะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อเทคโนโลยีของมอลล์
② ให้ถือว่าสัญญาเกิดขึ้น ณ เวลาที่การตอบรับของมอลล์ไปถึงผู้ใช้ในรูปแบบการแจ้งยืนยันการรับคำสั่งตามข้อ 12 ①
③ การแสดงเจตนาตอบรับของมอลล์ต้องรวมถึงข้อมูล เช่น การยืนยันการสั่งซื้อของผู้ใช้และความเป็นไปได้ในการขาย และเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขหรือยกเลิกการสั่งซื้อ
ข้อ 11 (วิธีการชำระเงิน)
การชำระค่าสินค้าหรือบริการที่ซื้อบนมอลล์ อาจกระทำด้วยวิธีที่ใช้ได้วิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ มอลล์ไม่อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ เพิ่มเติมในชื่อใด ๆ จากค่าสินค้า ฯลฯ ตามวิธีการชำระเงินของผู้ใช้
1. การโอนเงินผ่านบัญชีต่าง ๆ เช่น โฟนแบงก์กิ้ง อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เมลแบงก์กิ้ง
2. การชำระด้วยบัตรต่าง ๆ เช่น บัตรเติมเงิน บัตรเดบิต บัตรเครดิต
3. การโอนเงินเข้าบัญชีออนไลน์ (โดยไม่ใช้สมุดบัญชี)
4. การชำระด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์
5. การชำระเงินเมื่อรับสินค้า
6. การชำระด้วยแต้ม เช่น คะแนนสะสมที่มอลล์มอบให้
7. การชำระด้วยบัตรกำนัลที่ทำสัญญากับมอลล์หรือที่มอลล์รับรอง
8. การชำระด้วยวิธีการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ
※ มอลล์ใช้ผู้ให้บริการตัวแทนชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (บริษัท PG) เช่น Toss Payments Co., Ltd. และ PayLetter Inc. รวมถึง PayPal สำหรับบริการประมวลผลการชำระเงิน
ข้อ 12 (การแจ้งยืนยันการรับคำสั่ง · การเปลี่ยนแปลงและยกเลิกการสั่งซื้อ)
① เมื่อมีการสั่งซื้อของผู้ใช้ มอลล์จะแจ้งยืนยันการรับคำสั่งแก่ผู้ใช้
② ผู้ใช้ที่ได้รับการแจ้งยืนยันการรับคำสั่ง หากมีความไม่ตรงกันของการแสดงเจตนา ฯลฯ อาจขอเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการสั่งซื้อได้ทันทีหลังได้รับการแจ้ง และหากมีคำขอของผู้ใช้ก่อนการจัดส่ง มอลล์ต้องดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ หากชำระเงินไปแล้ว ให้เป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการยกเลิกการซื้อในข้อ 15
ข้อ 13 (การจัดส่งสินค้า ฯลฯ)
① เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นกับผู้ใช้เกี่ยวกับเวลาการจัดส่ง มอลล์จะดำเนินมาตรการที่จำเป็น เช่น การผลิตตามสั่งและการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้า ฯลฯ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ผู้ใช้สั่งซื้อ ทั้งนี้ หากมอลล์ได้รับค่าสินค้าทั้งหมดหรือบางส่วนแล้ว จะดำเนินมาตรการภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับ และจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบขั้นตอนและความคืบหน้าของการจัดส่งได้
② มอลล์จะระบุวิธีการจัดส่ง ผู้รับภาระค่าจัดส่งตามแต่ละวิธี และระยะเวลาจัดส่งตามแต่ละวิธี ฯลฯ หากมอลล์เกินกำหนดระยะเวลาจัดส่งที่ตกลงไว้ ต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดแก่ผู้ใช้ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่ามิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ข้อ 14 (การคืนเงิน)
ในกรณีที่มอลล์ไม่สามารถส่งมอบหรือจัดให้ซึ่งสินค้า ฯลฯ ที่ผู้ใช้สั่งซื้อ เนื่องจากสินค้าหมด ฯลฯ จะแจ้งเหตุดังกล่าวแก่ผู้ใช้โดยไม่ชักช้า และหากได้รับค่าสินค้าไว้ล่วงหน้า จะคืนเงินหรือดำเนินมาตรการที่จำเป็นในการคืนเงินภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับเงิน
หมวดที่ 4 — การยกเลิกการซื้อและการคืนเงิน
ข้อ 15 (การยกเลิกการซื้อ ฯลฯ)
① ผู้ใช้ที่ทำสัญญาซื้อสินค้า ฯลฯ กับมอลล์ อาจยกเลิกการซื้อได้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารเกี่ยวกับเนื้อหาสัญญาตามข้อ 13 (2) ของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ (หรือหากการจัดส่งเกิดขึ้นช้ากว่าการรับเอกสาร ให้นับแต่วันที่ได้รับสินค้าหรือวันที่เริ่มจัดส่ง) ทั้งนี้ หากกฎหมายดังกล่าวกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นเกี่ยวกับการยกเลิก ให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น
② เมื่อผู้ใช้ได้รับสินค้า ฯลฯ แล้ว จะไม่สามารถคืนหรือเปลี่ยนสินค้าได้ในกรณีดังต่อไปนี้
1. สินค้า ฯลฯ สูญหายหรือเสียหายด้วยเหตุที่ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบ (แต่หากทำให้บรรจุภัณฑ์เสียหายเพื่อตรวจสอบเนื้อหา สามารถยกเลิกการซื้อได้)
2. มูลค่าสินค้า ฯลฯ ลดลงอย่างมากเนื่องจากการใช้หรือการบริโภคบางส่วนของผู้ใช้
3. มูลค่าลดลงอย่างมากตามเวลาที่ผ่านไปจนยากต่อการนำกลับมาขายใหม่
4. กรณีสินค้าที่สามารถทำซ้ำได้ด้วยสินค้าที่มีสมรรถนะเดียวกัน และบรรจุภัณฑ์ของต้นฉบับถูกทำให้เสียหาย
③ ในกรณีตามวรรค ② ข้อ 2 ถึง 4 หากมอลล์มิได้ดำเนินมาตรการล่วงหน้า เช่น ระบุข้อจำกัดการยกเลิกไว้ในที่ที่ผู้บริโภคทราบได้โดยง่าย หรือจัดให้มีสินค้าทดลองใช้ การยกเลิกของผู้ใช้จะไม่ถูกจำกัด
④ ไม่ว่าวรรค ① และ ② จะกำหนดไว้อย่างไร หากเนื้อหาสินค้า ฯลฯ ไม่ตรงกับการแสดง/โฆษณา หรือมีการปฏิบัติแตกต่างจากเนื้อหาสัญญา ผู้ใช้อาจยกเลิกได้ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ได้รับสินค้า หรือภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรได้ทราบข้อเท็จจริงนั้น
ข้อ 16 (ผลของการยกเลิกการซื้อ ฯลฯ)
① เมื่อมอลล์ได้รับสินค้า ฯลฯ คืนจากผู้ใช้ จะคืนค่าสินค้าที่ได้รับไว้แล้วภายใน 3 วันทำการ ในกรณีนี้ หากมอลล์คืนเงินล่าช้า จะจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดสำหรับระยะเวลาที่ล่าช้า โดยคำนวณตามอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่กำหนดในข้อ 21-2 ของกฎกระทรวงตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ
② ในการคืนเงิน หากผู้ใช้ชำระค่าสินค้าด้วยวิธีการชำระเงิน เช่น บัตรเครดิตหรือเงินอิเล็กทรอนิกส์ มอลล์จะร้องขอให้ผู้ประกอบการที่ให้บริการวิธีการชำระเงินนั้นระงับหรือยกเลิกการเรียกเก็บค่าสินค้าโดยไม่ชักช้า
③ ในกรณียกเลิกการซื้อ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการส่งคืนสินค้าที่ได้รับมา ผู้ใช้เป็นผู้รับผิดชอบ มอลล์จะไม่เรียกค่าปรับหรือค่าเสียหายจากผู้ใช้โดยอ้างเหตุการยกเลิก ทั้งนี้ หากการยกเลิกเกิดจากเนื้อหาสินค้าไม่ตรงกับการแสดง/โฆษณาหรือปฏิบัติแตกต่างจากสัญญา ค่าใช้จ่ายในการส่งคืนมอลล์เป็นผู้รับผิดชอบ
④ หากผู้ใช้ได้รับภาระค่าจัดส่งเมื่อรับสินค้า มอลล์จะระบุให้ชัดเจนในลักษณะที่ผู้ใช้เข้าใจง่ายว่าผู้ใดเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายนั้นเมื่อมีการยกเลิก
หมวดที่ 5 — เบ็ดเตล็ด
ข้อ 17 (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
① เมื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ มอลล์เก็บข้อมูลส่วนบุคคลขั้นต่ำเท่าที่จำเป็นในการให้บริการ
② มอลล์ไม่เก็บข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อลงทะเบียนสมาชิก เว้นแต่กรณีที่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนก่อนสัญญาซื้อขายเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะขั้นต่ำ
③ เมื่อเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ มอลล์จะแจ้งวัตถุประสงค์แก่ผู้ใช้และขอความยินยอม
④ มอลล์ไม่อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และหากเกิดวัตถุประสงค์การใช้ใหม่หรือให้แก่บุคคลภายนอก จะแจ้งวัตถุประสงค์แก่ผู้ใช้ในขั้นการใช้/การให้และขอความยินยอม เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
⑤ ในกรณีที่ต้องขอความยินยอมตามวรรค ② และ ③ มอลล์ต้องระบุหรือแจ้งล่วงหน้าซึ่งเรื่องที่กำหนดในข้อ 17 ของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ตัวตนของผู้รับผิดชอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สังกัด ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และช่องทางติดต่ออื่น) วัตถุประสงค์การเก็บและการใช้ และเรื่องเกี่ยวกับการให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอก (ผู้รับ วัตถุประสงค์ และเนื้อหาข้อมูล) และผู้ใช้อาจถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา
⑥ ผู้ใช้อาจขอเข้าถึงและขอแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่มอลล์เก็บไว้ได้ตลอดเวลา และมอลล์มีหน้าที่ดำเนินมาตรการที่จำเป็นโดยไม่ชักช้า เมื่อมีการขอแก้ไขข้อผิดพลาด มอลล์จะไม่ใช้ข้อมูลนั้นจนกว่าจะแก้ไขเสร็จ
⑦ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มอลล์ต้องจำกัดผู้จัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ให้น้อยที่สุด และรับผิดชอบทั้งหมดต่อความเสียหายของผู้ใช้ที่เกิดจากการสูญหาย โจรกรรม รั่วไหล การให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม การดัดแปลง ฯลฯ ของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงบัตรเครดิตและบัญชีธนาคาร
⑧ มอลล์หรือบุคคลภายนอกที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากมอลล์ จะทำลายข้อมูลนั้นโดยไม่ชักช้าเมื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเก็บหรือการรับข้อมูล
ข้อ 18 (หน้าที่ของมอลล์)
① มอลล์จะไม่กระทำการที่กฎหมายและข้อกำหนดนี้ห้าม หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี และจะพยายามอย่างเต็มที่ในการจัดหาสินค้า·บริการอย่างต่อเนื่องและมั่นคงตามข้อกำหนดนี้
② มอลล์ต้องจัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (รวมถึงข้อมูลเครดิต) ของผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย
③ หากผู้ใช้ได้รับความเสียหายจากการที่มอลล์กระทำการแสดง·โฆษณาที่ไม่เป็นธรรมตามข้อ 3 ของกฎหมายว่าด้วยการทำให้การแสดงและโฆษณาเป็นธรรม เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ มอลล์ต้องรับผิดชดใช้
④ มอลล์จะไม่ส่งอีเมลโฆษณาเชิงพาณิชย์ที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ
ข้อ 19 (หน้าที่ของผู้ใช้)
ผู้ใช้ต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้
1. ลงทะเบียนข้อมูลเท็จเมื่อสมัครหรือเปลี่ยนแปลง
2. แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่น
3. แก้ไขข้อมูลที่แสดงบนมอลล์
4. ส่งหรือเผยแพร่ข้อมูลอื่นนอกเหนือจากที่มอลล์กำหนด (เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์)
5. ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์ของมอลล์หรือบุคคลภายนอก
6. กระทำการที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือขัดขวางการดำเนินงานของมอลล์หรือบุคคลภายนอก
7. เปิดเผยหรือเผยแพร่บนมอลล์ซึ่งข้อความ ภาพ เสียง ที่ลามกหรือรุนแรง หรือข้อมูลอื่นที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี
ข้อ 20 (การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และข้อจำกัดการใช้)
① ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาอื่นในงานที่มอลล์จัดทำขึ้น เป็นของมอลล์
② ผู้ใช้ต้องไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า ซึ่งข้อมูลที่ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของมอลล์ บรรดาข้อมูลที่ได้จากการใช้มอลล์ โดยการทำซ้ำ ส่ง เผยแพร่ จัดจำหน่าย ออกอากาศ หรือวิธีอื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากมอลล์ และต้องไม่ให้บุคคลภายนอกใช้
③ เมื่อมอลล์ใช้ลิขสิทธิ์ที่เป็นของผู้ใช้ตามข้อตกลง จะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ
ข้อ 21 (การระงับข้อพิพาท)
① มอลล์จัดตั้งและดำเนินการหน่วยงานจัดการชดเชยความเสียหาย เพื่อสะท้อนความเห็นหรือข้อร้องเรียนที่ชอบธรรมของผู้ใช้และชดเชยความเสียหายนั้น
② มอลล์จัดการข้อร้องเรียนและความเห็นที่ผู้ใช้ยื่นเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ หากยากต่อการจัดการโดยเร็ว จะแจ้งเหตุและกำหนดการจัดการแก่ผู้ใช้โดยทันที
③ กรณีมีคำขอเยียวยาความเสียหายของผู้ใช้เกี่ยวกับข้อพิพาทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างมอลล์กับผู้ใช้ อาจอยู่ภายใต้การไกล่เกลี่ยขององค์กรไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่คณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรมหรือผู้ว่าราชการนคร/จังหวัดมอบหมาย
ข้อ 22 (เขตอำนาจศาลและกฎหมายที่ใช้บังคับ)
① คดีเกี่ยวกับข้อพิพาทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างมอลล์กับผู้ใช้ ให้อยู่ในเขตอำนาจเฉพาะของศาลแขวงที่มีเขตอำนาจเหนือที่อยู่ของผู้ใช้ ณ เวลาฟ้อง หรือถิ่นที่อยู่หากไม่มีที่อยู่ ทั้งนี้ หากที่อยู่หรือถิ่นที่อยู่ไม่ชัดเจน ณ เวลาฟ้อง หรือกรณีผู้พำนักในต่างประเทศ ให้ฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
② ให้ใช้กฎหมายเกาหลีบังคับแก่คดีพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ฟ้องระหว่างมอลล์กับผู้ใช้
บทเฉพาะกาล
ข้อกำหนดนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2026
■ ข้อมูลผู้ประกอบการ
ชื่อทางการค้า: Hello Apolo Co., Ltd. (주식회사 헬로우아폴로)
ร้านค้าออนไลน์: PLAYINTHEBOX · playinthebox.co.kr
ผู้แทน: Jin Ju-young
เลขทะเบียนผู้ประกอบการ: 811-87-01448
เลขทะเบียนนิติบุคคล: 110111-7233862
ที่ตั้งสถานประกอบการ: ชั้น 2 เลขที่ 46 ถนนคังนัม-แดโร 97-กิล เขตซอโช กรุงโซล (จัมวอน-ดง, The Square)
เลขที่แจ้งประกอบธุรกิจขายออนไลน์: 2024-โซล ซอโช-2500
โทรศัพท์: 010-5137-3983
ศูนย์บริการลูกค้า: 1522-3983 (เวลาทำการ: วันธรรมดา 10:00–17:00 / พักกลางวัน 12:30–13:30)
อีเมล: help@playinthebox.co.kr
ผู้รับผิดชอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: Baek Seung-eun (help@playinthebox.co.kr)